‘ชราบาลวุฒิวิทยาลัย’ สร้างสังคมผู้สูงอายุคุณภาพ

“แต่ก่อนเป็นโรคซึมเศร้า บางครั้งนั่งร้องไห้ไปคุยกับไก่บ้างก็มี เขาว่าเราบ้ากันทั้งนั้น คือตอนนั้นมันเครียด เหงา เราออกจากงานมาทำงาน เคยทำงานในครัวของโรงแรมในเชียงใหม่ ประกันสังคมก็ไม่ได้ส่ง เกษียณออกมาก็ไม่มีเงิน ลูกมี 2 คนเขาไปมีครอบครัวกันหมด สามีเลิกกันตอนอายุ 52 บ้านที่อยู่ก็อยู่ในที่ดินของน้องชาย” จันทร์เพ็ญ บุญยศยิ่ง วัย 69 ปี ชาวบ้านต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ย้อนเล่าเรื่องราวเศร้าของเธอในวันที่มีรอยยิ้มในวันนี้

คุณยายจันทร์เพ็ญ บอกว่า เธอก้าวข้ามโรคซึมเศร้าได้เมื่อกลุ่ม อสม. ชักชวนเธอมายังโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัยหรือ โรงเรียนผู้สูงอายุ ที่มีอยู่ในหลายพื้นที่เวลานี้ กิจกรรมร้องเพลง ฟังพระเทศน์ สานตะกร้า รำไม้พลอง ใครมีพืชผักผลไม้ในสวนจากบ้านมาขายกันในกลุ่มของโรงเรียนที่มี นร.ร่วม 400 คน แต่ละคนเป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เมื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยน สารทุกข์สุขดิบ มาทำอะไรสนุก ๆ แล้วมีความสุข โรคซึมเศร้าของป้าจันทร์เพ็ญบอกลาชีวิตป้าไปนานถึง 6 ปีแล้ว แม้จะมีรายได้จากเบี้ยยังชีพ และเงินเดือน อสม. เฉลี่ยแล้วพัน เศษ ๆ เท่านั้น นายเฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย เล่าว่า โรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย เกิดขึ้นจากการริเริ่มของเทศบาลตำบลเชิงดอย เพื่อตอบโจทย์เกี่ยวกับสุขภาพผู้สูงอายุ ในการเตรียมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในช่วงเริ่มต้นต้องการให้ผู้สูงอายุมีรายได้ แต่ปรากฏว่าผู้สูงอายุบอกว่ารายได้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ อาชีพทำเป็นมาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นที่มาแนวคิดให้เป็นโรงเรียนแห่งความสุข เน้นสันทนาการ จนทำให้ผู้สูงอายุหายจากโรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ ในช่วงเริ่มต้นก่อตั้งโรงเรียนมีผู้สูงอายุมาเรียน 100 คน ปัจจุบันมีถึง 400 คน มีผู้สูงอายุ ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และโรคอัลไซเมอร์หายจากอาการของโรคประมาณ 4-5 คน “มีวิชาคาราโอเกะ การออกกำลังกายเต้นตามจังหวัดเพลง การแข่งหัวเราะ การแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ พอผู้สูงอายุมาอยู่รวมกันเขามีความกล้าที่จะทำกิจกรรม”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth